Themes Junction


 

การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (กล่าว ๓ จบ)
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

  

ชวนคุณร่วมทำบุญสร้างศาลาอเนกประสงค์และอื่นๆ

       ในขณะที่ยังเรามีชีวิตอยู่บนโลกนี้ เราทุกคนต่างก็มุ่งแสวงหาทรัพย์สมบัติมาไว้ในครอบครอง ยึดเอาไว้บ้าง ถือเอาไว้บ้าง ราวกับว่าทรัพย์สมบัติเหล่านั้น มันเป็นของๆเราจริง  ทั้งที่เมื่อถึงเวลาเราก็มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตายจากโลกนี้ไป นั่นคือ ... เกิดมาเท่าไรก็ตายเท่านั้น ..  ไม่เห็นว่าเรา ใครๆจะสามารถเอาอะไรติดตัวไปได้สักชิ้นเดียว   แม้กระทั่งตัวเราเองก็กลับคืนสู่ธรรมชาติ เป็นธาตุดินน้ำลมไฟ  ไม่เชื่อลองคลิกดูน่ะ  รู้สึกเกิดสติ เตือนใจว่า...อย่าประมาทกัน หรือไม่? หรือ คลิกดูอีก  รู้สึกหยดหยอง...เตือนสติไม่ให้ประมาท หรือไม่? จึงสามารถสรุปเป็นสัจธรรมได้ว่า "ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้กระทั่งตัวเรา"

        แต่มีสิ่งหนึ่งที่จะติดตามเราไปทุกที่ทุกเวลา {Anytime, Anywhere} แน่นอน ๑๐๐% สิ่งนั้นก็คือ คุณ "กรรม" { Action ; Karma } เป็นคำกลางๆ (ไม่ใช่เวรกรรม)  กรรม คือ การกระทำ มี  ๒  ประเภท ทำกรรมดีก็เรียกว่า กุศลกรรมหรือความดี ทำกรรมชั่วก็เรียกว่า อกุศลกรรมหรือความชั่ว กรรมดีหรือกรรมชั่วจำแนกประเภทด้วยเจตนา ทางกาย ทางวาจา ทางใจ    พวกเราเองถือว่าเป็น ปถุชน (แปลเป็นไทยอีกทีว่า คนธรรมดาที่หนาด้วยไปกิเลส, ผู้มีกิเลสหนา : ที่มา วิกิพีเดีย) จะมีการกระทำทั้งที่เป็นฝ่ายดีและไม่ดีก็ตาม  ย่อมตอบสนองแก่ผู้กระทำ ไม่เร็วก็ช้า เวลาใดเวลาหนึ่ง ตัวชี้วัดก็คือ เมื่อใดช่วงเวลาที่เรามีความสุขใจ บริโภคปัจจัย ๔ อุดมสมบูรณ์ หรือสุขภาพดี เป็นต้น  นั่นคือ ผลจากการที่เรา กระทำเหตุไว้ดี  จึงได้รับ ผลที่ดีเช่นกัน  หรือเรียกว่า ความสุข  และในทางตรงกันข้าม เมื่อใดเราทำเหตุไม่ดีผลก็ไม่ดีส่งผล(วิบาก) เป็นความทุกข์ทางกาย ทุกข์ใจเป็นไปตามเหตุและปัจจัยที่เราเคยกระทำไว้ นั่นคือ ใครทำอย่างไร ก็ได้รับผลอย่างนั้น ...

       ในเมื่อไม่มีใครสามารถเอาอะไรติดตัวไปได้เลย จึงควรจะฝากทรัพย์สมบัตินี้ไว้ให้กับพุทธศาสนา ถือเป็นเนื้อนาบุญอันสูงสุด, ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ (พระอรหันต์ในบ้าน), ให้ผู้ตกทุกข์ได้ยาก, สัตว์เลี้ยง ฯลฯ แต่จะได้รับผลของทานมากน้อย ตามคุณธรรมผู้รับทาน และคุณสมบัติอื่นๆ  ทั้งนี้ เพื่อแปลงเป็น "ทรัพย์ภายใน" ให้เราใช้ต่อไปในภพชาติหน้านั่นเอง

 

 
  

 

กด || เพื่อหยุดชั่วคราว

ทาน ที่จะให้ผลย่อมประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังนี้คือ
๑. มีศรัทธาอันถูกต้องในการสร้างทานนั้น
๒. มีเจตนา ๓ ในการทำทานนั้น คือ
           ๑. เจตนาก่อนทำ (ปุพพเจตนา) คือ การตั้งใจไว้ก่อนว่าจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ พร้อมทั้งมีฉันทะความพอใจใคร่ที่จะทำ หรือการตระเตรียมที่จะทำบุญนั้นๆ
            ๒. เจตนาขณะที่กำลังทำ (มุญจนเจตนา) คือ การตั้งใจในขณะที่กำลังทำ โดยคิดว่าเป็นลาภของตนที่มีโอกาสได้ทำบุญนี้
            ๓. เจตนาหลังทำ (อปรเจตนา) คือ การหวนนึกถึงบุญกรรมนั้น ด้วยความปลาบปลื้ม เจตนาหลังทำนี้ยังแยกได้เป็น ๒ อย่าง คือ หลังจากทำเสร็จใหม่ๆ (อปรเจตนา) อย่างหนึ่ง และหลังจากที่ทำผ่านไปแล้วเป็นเวลานาน (อปราปรเจตนา) เช่น ๑ วัน ๑ เดือน ๑ ปี เป็นต้น อย่างหนึ่ง
            การทำบุญที่มีเจตนาครบทั้ง ๓ กาลนี้ย่อมได้บุญเต็มเปี่ยม ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ก่อนให้ก็มีใจยินดี ขณะกำลังให้ก็มีใจเลื่อมใส หลังจากให้แล้วก็มีใจเบิกบาน นี้เป็นความถึงพร้อมแห่งการให้ทาน

๓. มีจิตเป็นมหากุศลดวงใดดวงหนึ่งใน ๘ ดวงในเจตนา ๔
๔. องค์ทานที่จะทำนั้นต้องได้มาด้วยความบริสุทธิ์
๕. องค์ทานนั้นต้องมีประโยชน์กับปฏิคาหกหรือผู้รับ
๖. ปฏิคาหกหรือผู้รับต้องเป็นบุคคลที่สมควร (มีคุณธรรมสูงสุด คืออริยบุคคล ต่ำสุด คือผู้มีนิจศีล) อันได้แก่ วัดจากแดง เป็นต้น


ประโยชน์ {หรืออานิสงส์} การให้ทาน ในพระพุทธศาสนา

ทาน แปลว่า การให้ จัดเป็นบุญเป็นกุศล เป็นความดีอย่างหนึ่ง เพื่อลดความตระหนี่ถี่เหนียว มีการเข้าใจผิดว่า ให้แก่พ่อแม่ ครูอาจารย์ พระ เป็นบุญ ให้แก่สัตว์ คนด้อยโอกาส เป็นทาน

ไม่ว่าจะให้ ตั้งแต่สัตว์เล็กๆที่อาศัยในพื้นดิน อากาศ … เป็นต้น ถึง พระพุทธเจ้า ก็ถือว่าเป็นการให้ทานเช่นกัน แต่ต่างกันที่ คุณธรรมของผู้รับ และขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอย่างอื่น ซึ่งจะกล่าวในครั้งต่อไป

จึงส่งผลให้ประโยชน์ที่ได้รับต่างกัน และคิดต่อไปว่า ทานต่ำกว่าบุญ แท้จริงแล้ว บุญ คือ ความสุข บาปให้ผล เป็นความทุกข์ ความเดือดร้อนนั่นเอง

การให้ทาน เพื่อเหตุ ๗ ประการ ประโยชน์ที่ได้รับเป็นอย่างไร ???

เราให้ทานเพื่ออะไร ???
ข้อ ๑. เพื่อชาติหน้า จะได้รับผล
ข้อ ๒. เป็นของดี ตอบแทนบุญคุณ บูชาคุณ
ข้อ ๓. ตามบรรพบุรุษเคยทำมา
ข้อ ๔. บูชาคุณพระสงฆ์ ผู้หุงหากินไม่ได้, เมตตาอนุเคราะห์ คนยากจน สัตว์
ข้อ ๕. ให้ทาน ตามที่เคยทำกันมา
ข้อ ๖. มีความสุข
ข้อ ๗. ลดความตระหนี่ถี่เหนียว ชำระกิเลส ประโยชน์ได้รับ จะเกิดในเทวโลก ไม่ต้องมาเกิดอีก *** จัดเป็นทานที่มีผลและประโยชน์มาก ***

ส่วนประโยชน์ที่ได้รับจากข้อ ๑-๖ เกิดในเทวโลก แล้วกลับมาเกิดในโลกนี้อีก นั่นคือ การเวียนว่ายตายเกิด

วันนี้!!! คุณทำทานเพื่อชำระลดกิเลส เพื่อเป็นปัจจัยถึงพระนิพพาน หรือยัง ??? หรือ เพื่อเวียนว่ายตายเกิด ใน ๓๑ ภพภูมิ {หรือ ๓๑ จังหวัด} ก็เลือกได้ตามอัธยาศัย เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนบุคคล

_/|\_ สรุปเนื้อหาบางส่วนจาก “ทานสูตร”
 

ผลของทาน
๑. ปฏิสนธิกาล
คือ ขณะเดียวที่ปฏิสนธิจิตเกิด มีกามสุคติภูมิ ได้แก่ ความเป็นมนุษย์และเทวดา ๕ ชั้น(เว้นชั้นดุสิต)
๒. ปวัตติกาล คือ ขณะหลังจากที่ปฏิสนธิจิตดับไปแล้ว
มีกินมีใช้ด้วยความอุดมสมบูรณ์
ทานที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ดูเพิ่มเติมจากท่านอ.ประณีต ก้องสมุทร คลิกที่

บรรยายกาศวัดจากแดง คลิกที่   และ แผนที่วัดจากแดง คลิกที่ 

วัดจากแดง เป็นวัดราษฏร์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งขวา เลขที่ 16 หมู่ 6 ซอย 10 (ซอยจากแดง) ถนนเพชรหึงษ์ ตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 10130

- ขอเชิญสาธุชนร่วมสวดมนต์ทำวัตรแปล สาธยายพระปริตร เจริญจิตภาวนา แผ่เมตตา ฟังธรรมบรรยาย ร่วมกับคณะสงฆ์วัดจากแดง
  ณ ศาลาทำบุญ ทุกวันอาทิตย์และวันพระ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๐.๔๕ น. และ ๑๒.๑๕ - ๑๓.๐๐ น.
  ณ วิหารหลวงพ่อหิน ทุกวัน เวลา ๑๗.๓๐ - ๑๙.๐๐ น.

- ขอเชิญร่วมบูชาพระเจดีย์ ทุกวันอาทิตย์และวันพระ เพื่อร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามของบัณฑิตทั้งหลาย เวลา ๑๙.๐๐ - ๑๙.๔๐ น. ถือศีล 8 ในวันพระ

- ขอเชิญรับฟังรายการธรรมะทางวิทยุชุมชน เพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม วัดจากแดง FM 96.75 MHz ออกอากาศทุกวัน เวลา ๐๔:๐๐ - ๒๓:๐๐ น. และรับฟังรายการธรรมะผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเว็บไซต์  http://www.watjakdeng.com/

 

วัดจากแดงกำลังทำอะไร

 

     วัดจากแดง ในปัจจุบันถือเป็นวัดที่มีกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาอย่างเข้มแข็ง ทั้งในด้านปริยัติและการปฏิบัติ ทางด้านพระปริยัตินั้น วัดจากแดงมีหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาบาฬีอย่างเข้มแข็ง ดังจะเห็นได้จากสถิติของผลการสอบหลักสูตรบาฬี สนามหลวง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักเรียนของวัดจากแดงสามารถสอบไล่ได้เป็นอันดับ 1 ของจังหวัดสมุทรปราการ เป็นอันดับ 8 ของภาค สองปีซ้อน จนทำให้ได้รับการยกย่องให้เป็น สำนักศาสนศึกษาดีเด่นของจังหวัดสมุทรปราการ
 

    ปัจจุบันการเรียนการสอนทางด้านพระปริยัติของวัดจากแดง ก็ยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้นและเข้มแข็ง ปัจจุบันมรพระภิกษุสามเณรศึกษาเล่าเรียนอยู่ภายในวัดจากแดงมากถึง 70 กว่ารูป และมีแนวโน้มมากขึ้นต่อไป นอกจากหลักสูตรการเรียนการสอนของพระภิกษุสามเณรแล้ว วัดจากแดงได้เปิดหลักสูตรการเรียนสำหรับประชาชนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพระอภืธรรม พระบาฬีสำหรับประชาชน และหลักสูตรธรรมศึกษาสำหรับประชาชน
 

    ทางด้านการปฏิบัติ วัดจากแดงได้จัดให้มีการสวดมนต์ทำวัตรเย็น เจริญสมาธิภาวนาสำหรับประชาชนขึ้นในทุกวัน เวลา 17:30 - 19:00 น. และจัดให้มีกิจกรรมปฏิบัติธรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมาฆบูชา วันวิสาขาบูชา วันอาสาฬหบูชา วันแม่ วันพ่อ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ โดยได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมาก
 

     ทางด้านการเผยแพร่ นอกจากจะมีการเรียนการสอนตามปกติแล้ว วัดจากแดงได้จัดให้มีวิทยุชุมชนเพื่อพระพุทธศาสนา ทางคลื่นวิทยุ FM 95.75 MHz โดยได้รับความอุปถัมภ์จากทางญาติโยมผู้ศรัทธาจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการเผยแพร่ธรรมะในเว็บไซต์ http://www.watjakdeng.com/  ซึ่งจะมีธรรมะออนไลน์ และสามารถดาวน์โหลดไปฟังได้อีกด้วย
 


เกียรติคุณที่ได้รับ
 
ปีพุทธศักราช 2552
- ได้รับโล่เกียรติคุณวัดวิถีพุทธเฉลิมพระเกียรติ
- ได้รับการประกาศให้เป็นสำนักเรียนปริยัติธรรม แผนกบาฬี
- ได้รับโล่เกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยพุทธนานาชาติ เมืองสกาย ประเทศพม่า
ปีพุทธศักราช 2553
- ได้รับเลือกให้เป็นวัดพัฒนาดีเด่น อันดับ 1 ของจังหวัดสมุทรปราการ (จาก 123 วัด)
- ได้รับรางวัลสำนักศาสนศึกษาดีเด่น อันดับ 1 ของจังหวัดสมุทปราการ
- ได้รับโล่เกียรติคุณ "วัดปลอดเหล้า งานบุญในวัด" จากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ
ปีพุทธศักราช 2554
- ได้รับโล่เกียรติคุณกิจการงานพระพุทธศาสนาอุปถัมถ์จากสำนักข่าวพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
- ได้รับรางวัลพุทธคุณูปการ ระดับกาญจนา
- ได้รับรางวัลสำนักศาสนศึกษาดีเด่น อันดับ 1 ของจังหวัดสมุทรปราการ

- ได้รับเลือกให้เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพดีเด่น ระดับจังหวัด (กำลังอยู่ในขั้นตอนการประกวดระดับประเทศ)

เวลามสูตร : ทานที่มีผลมากและบุญที่สูงกว่าทาน

     เนื่องจากเวลามสูตรนี้ เป็นพระสูตรที่มีเนื้อหาบางตอนที่เข้าใจได้ค่อนข้างยาก ท่านผู้รู้จึงได้ทำการสรุป โดยนำเอาเนื้อหาที่สำคัญมาจัดเรียงแยกเป็นข้อๆ เพื่อให้เข้าใจง่าย ดังนี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสแก่ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ณ พระวิหารเชตวัน ใกล้พระนครสาวัตถี แคว้นโกศล ถึงผลบุญที่เกิดขึ้นจากการทำบุญประเภทต่างๆ ตั้งแต่การให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา (คำว่าบุญนั้น คือการชำระจิตให้ผ่องใสจากกิเลส มีหลายวิธี ไม่ใช่เฉพาะการให้ทานเท่านั้น)

พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคลให้ทานอันเศร้าหมอง หรือประณีตก็ตาม (ในที่นี้หมายถึงการให้ของที่มีราคาถูกมีสภาพไม่น่าดู หรือของที่มีราคาแพงประณีตสวยงาม เนื่องจากตอนนั้นท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ประสบภัยพิบัติหลายอย่าง ทำให้ฐานะยากจนลง ไม่สามารถทำบุญด้วยอาหารอันปราณีตได้อย่างเมื่อก่อน ทำได้แค่เพียงปลายข้าวกับน้ำผักดองเท่านั้น) แต่ให้ทานด้วยความเคารพ ทำความน้อมนอบเมื่อให้ ให้ด้วยมือตนเอง ให้ของที่ไม่เหลือ เชื่อกรรมและผลของกรรม ย่อมได้ผลบุญมาก และได้กล่าวถึง

ทานที่มีผลมาก และบุญกุศลที่สูงกว่าทาน ไว้ดังนี้

 การถวายอาหารแก่ผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ(พระโสดาบัน)องค์เดียว มีผลมากกว่าทานที่ให้แก่โลกิยมหาชน(ปุถุชน)จำนวนมาก

 อาหารที่ถวายแก่พระสกทาคามีองค์เดียว มีผลมากกว่าอาหารที่ถวายแก่พระโสดาบัน 100 องค์

 อาหารที่ถวายแก่พระอนาคามีองค์เดียว มีผลมากกว่าอาหารที่ถวายแก่พระสกทาคามี 100 องค์

 อาหารที่ถวายแก่พระอรหันต์มีองค์เดียว มีผลมากกว่าอาหารที่ถวายแก่พระอนาคามี 100 องค์

 อาหารที่ถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์เดียว มีผลมากกว่าอาหารที่ถวายแก่พระอรหันต์ 100 องค์

 อาหารที่ถวายแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เดียว มีผลมากกว่าอาหารที่ถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า 100 องค์

 อาหารที่ถวายแก่ภิกษุสงฆ์อันมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข มีผลมากกว่าอาหารที่ถวายแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เดียว

 วิหารทานที่บุคคลสร้างถวายแก่สงฆ์ผู้มาจากจตุรทิศ (ทิศทั้งสี่) มีผลมากกว่าอาหารทานที่ถวายแก่ภิกษุสงฆ์อันมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข อันได้แก่ วิหารทานของวัดจากแดง เป็นดัน

 การถึงไตรสรณะ (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) มีผลมากกว่าวิหารทานที่บุคคลสร้างถวายแก่สงฆ์ผู้มาจากจตุรทิศ

 การสมาทานศีล 5 มีผลมากกว่าการถึงไตรสรณะ

 การเจริญเมตตาจิต (สมถภาวนา) มีผลมากกว่าการสมาทานศีล 5

 การเจริญอนิจจสัญญา (วิปัสสนาภาวนา) มีผลมากกว่าการเจริญเมตตาจิต

ที่มา : พระไตรปิฎก เล่มที่ 23 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 15 อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต คลิกที่


หมายเลขบัญชีธนาคาร  เลือกทำตามกำลังศรัทธาที่ไม่เบียดเบียนตน
ธนาคาร สาขา ชื่อบัญชี เลขที่บัญชี บริจาคเพื่อ

กสิกรไทย

บิ๊กซี สุขสวัสดิ์

พระมหาประนอม-อ.อิศริยา
7 4 2 - 2 - 2 5 1 9 8 - 1
ค่าน้ำประปา+ค่าไฟฟ้า+ชำระหนี้สงฆ์

กสิกรไทย

บิ๊กซี สุขสวัสดิ์

พระมหาประนอม-อ.อิศริยา

7 4 2 - 2 - 2 5 2 0 1 - 5

เลี้ยงภัตตราหารเพล

กสิกรไทย

บิ๊กซี สุขสวัสดิ์

พระมหาประนอม-พระธิติพงศ์-อ.อิศริยา

7 4 2 - 2 - 2 5 2 0 0 - 7

เขื่อน

กสิกรไทย

ถนนประดิพัทธ์

อ.อิศริยา-รุ่งเรือง-ลักษณา

0 1 6 - 2 - 7 8 4 8 7 - 0

รักษาพระภิกษุอาพาธ

กสิกรไทย

ถนนประดิพัทธ์

อ.อิศริยา

0 1 6 - 2 - 7 4 8 3 0 - 0

ห้องสมุดวัดจากแดง

กรุงศรีอยุธยา
พระประแดง
พระมหาประนอม ธมฺมาลงฺกาโร
0 3 7 - 1 - 3 7 8 0 6 - 4
กองทุนพิมพ์หนังสือ

กรุงศรีอยุธยา

พระประแดง

วัดจากแดง

0 3 7 - 1 - 4 3 2 7 0 - 6

ทั่วไป เสนาสนะ

กรุงเทพ

บางครุ-พระประแดง

การศึกษาบาลีเพื่อพระไตรปิฏก

2 0 2 - 4 - 3 1 3 2 1 - 1

การศึกษาของพระภิกษุ+สามเณร

กสิกรไทย

ปากช่อง

คุณทวี แนบจันทร์อับ+คุณขันทอง

1 8 8 - 2 - 6 2 1 6 7 - 3

บัญชีทั่วไป วัดป่าธารน้ำทิพย์

กสิกรไทย

 ถนนประดิพัทธ์

อ.อิศริยา-อรพินท์

0 1 6 - 2 - 8 4 8 9 0 - 9

 กองทุนไปพระนิพพาน

สอบถามข้อมูล

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-462-5928, โทรสาร 02-462-5928 (โทรศัพท์และโทรสารเบอร์เดียวกัน)

- จัดกิจกรรมหรืองานประชาสัมพันธ์วัด
- สอบถามเส้นทางมาวัดจากแดง
- เสียงธรรมต่าง ๆ
- ขอรับแผ่นซีดีธรรมะ

ติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดจากแดง โทรศัพท์ 02-464-1122, 02-462-5928
-
บริจาค
- ร่วมเป็นเจ้าภาพภัตตาหารและน้ำปานะ


ติดต่ออ.อิศริยา โทรสาร 02-279-0364
-
บริจาค
- สอบถามปัญหาธรรมะ


ติดต่อ
พระประนอม ธัมมาลังกาโร
โทรศัพท์ 080 082 1789
อ.อิศริยา นุตสาระโทรศัพท์ 080 051 8853
คุณสรณา จิรารัตน์สกุลโทรศัพท์ 081 934 7606
คุณอัคราพร คูหารังษีโทรศัพท์ 081 450 8979
คุณรุ่งเรือง รื่นรมย์โทรศัพท์ 087 021 9159
คุณลักษณา บวรวัฒนวานิชโทรศัพท์ 081 499 4324

 
ชวนคุณทำบุญทำทานใส่บาตรพระหน้าบ้าน ใกล้บ้าน
วันละ 1-2 รูปตามกำลัง ไม่ขาดแคลนอาหาร ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ เพื่อดำรงพุทธศาสนาทั้งภพนี้และภพหน้า
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
 ครบเครื่องเรื่องธรรมกับวัดจากแดง
  หลวงพี่พาเที่ยววัดจากแดง

คลิ๊ก !! หน้าถัดไป

บุคคลใดให้ทานด้วยตนเอง แต่ไม่ได้ชักชวนผู้อื่น บุคคลนั้นเมื่อตายไปเกิดในภพอื่น ย่อมได้เฉพาะโภคสมบัติ แต่ไม่ได้บริวารสมบัติ
บุคคลใดชักชวนแต่ผู้อื่นให้ทาน แต่ตนเองกลับไม่ถวาย บุคคลนั้นเมื่อตายไปเกิดในภพอื่น ย่อมได้บริวารสมบัติ แต่ไม่ได้โภคสมบัติ
บุคคลใดไม่ชักชวนผู้อื่นให้ทาน ทั้งตนเองก้ไม่ถวายทานด้วย บุคคลนั้นเมื่อตายไปเกิดในภพอื่น ย่อมเกิดเป้นคนขัดสนไม่ได้ทั้งบริวารสมบัติและโภคสมบัติ
บุคคลใด ชักชวนผู้อื่นให้ทานด้วย ทั้งตนเองก็ให้ทานด้วย บุคคลนั้นเมื่อตายไปเกิดในภพอื่น ย่อมได้ทั้งโภคสมบัติและบริวารสมบัติ
ที่มา : อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ปาปวรรคที่ ๙ คลิกที่ 


 

วัดจากแดงและสถาบันโพธิยาลัย : ชมรมเผยแพร่พระธรรมตามพระไตรปิฏก วัดจากแดง สมุทรปราการ

 
  ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย : FM 104.25 MHz วัดราชาธิวาสวิหาร กรุงเทพมหานคร  
  รายการวิทยุ ธรรมะคุณากร จันทร์ - ศุกร์ AM 873 เวลา 07:30 - 08:00 น.  


Side Menu


Side Page

Side Page

 

การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง

อุบัติเหตุเกิดได้ทุกเมื่อ วางใจเมื่อใช้บริการ ไอบีเอสซี โบรคเกอร์

คู่มือนายหน้าประกันวินาศภัย

 อาหารเสริมสำหรับเซลล์ นวัตกรรมระดับโลก เจ้าเดียวในโลก

 

 

 


Powered by AIWEB